โรคและสุขภาพ

ดูแลเท้าผู้สูงอายุเบาหวาน: ตรวจทุกวันอย่างไร ก่อนแผลเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ (2026)

คู่มือครอบครัวตรวจเท้าผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ดูผิวหนัง ซอกนิ้ว เล็บ และรองเท้าอย่างปลอดภัย พร้อมสัญญาณแผลที่ต้องรีบพบแพทย์

·อ่าน 8 นาที
ลูกสาวช่วยคุณแม่ผู้สูงอายุตรวจดูเท้าในบ้าน

หลังอาบน้ำ คุณแม่บอกว่าเท้าไม่เจ็บอะไร แต่ลูกสาวเห็นรอยแดงเล็กๆ ข้างนิ้วก้อย สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน คำว่า “ไม่เจ็บ” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เป็นไร” เสมอไป เพราะบางคนรับความรู้สึกที่เท้าลดลง การตรวจเท้าอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนแผลลุกลาม โดยไม่ต้องรอให้ท่านบ่นปวด

1. ทำไมเท้าของผู้สูงอายุเบาหวานต้องดูเป็นพิเศษ

เบาหวานที่เป็นมานานอาจกระทบเส้นประสาทและการไหลเวียนเลือด ทำให้ไม่รู้ตัวเมื่อรองเท้ากัดหรือมีแผลเล็กๆ ที่เท้า และแผลอาจหายช้าลง แต่ไม่ใช่ผู้เป็นเบาหวานทุกคนจะมีปัญหาเท้าเหมือนกัน ให้ทีมรักษาประเมินความเสี่ยงเฉพาะราย โดยเฉพาะคนที่เคยมีแผล เท้าผิดรูป หรือเดินลำบาก

สิ่งที่ครอบครัวช่วยได้คือสังเกตเท้าอย่างเคารพความเป็นส่วนตัวของท่าน ถามก่อนตรวจ และให้ท่านทำเองเท่าที่ทำได้ หากก้มดูฝ่าเท้าไม่ถนัด ค่อยช่วยถือกระจกหรือช่วยดูให้

2. ตรวจตรงไหนบ้าง ใช้เวลาไม่นาน

เลือกเวลาที่จำง่าย เช่น หลังอาบน้ำ ดูฝ่าเท้า ส้นเท้า ข้างเท้า หลังเท้า ระหว่างนิ้ว และเล็บ มองหารอยแดง พอง แตก ถลอก แผล สีผิวเปลี่ยน บวม หรือมีของแปลกปลอมติดอยู่ ถ้ามองฝ่าเท้าไม่เห็น ใช้กระจกช่วยหรือขอให้คนในบ้านช่วยตรวจ

ลองสังเกตด้วยว่าเท้าข้างหนึ่งอุ่น บวม หรือเปลี่ยนสีต่างจากอีกข้างอย่างชัดเจนหรือไม่ บันทึกสิ่งที่พบพร้อมวันที่ไว้ให้แพทย์ดูได้ ไม่ต้องแกะสะเก็ดหรือเจาะตุ่มพองเพื่อ “ดูข้างใน”

3. ล้างและเช็ดเท้าอย่างไรไม่ให้ผิวเสีย

ล้างด้วยน้ำอุณหภูมิพอเหมาะและสบู่อ่อน ทดสอบอุณหภูมิน้ำด้วยมือหรือให้ผู้ดูแลช่วย เพราะบางคนรับความร้อนที่เท้าไม่ดี เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว ถ้าผิวแห้ง ทามอยส์เจอไรเซอร์บางๆ ที่ผิวเท้า แต่หลีกเลี่ยงซอกนิ้วเพื่อลดความอับชื้น

ไม่แช่เท้านาน ไม่ใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นให้ความร้อนจ่อเท้า และไม่ทาน้ำยากัดตาปลาหรือใช้ของมีคมตัดหนังหนาเอง หากมีหนังหนา เล็บหนา หรือเล็บขบ ให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

4. รองเท้าและถุงเท้าอาจเป็นต้นเหตุของแผลที่มองไม่เห็น

ก่อนสวมรองเท้า ลองใช้มือคลำด้านในว่ามีก้อนกรวด ตะเข็บแข็ง หรือพื้นรองเท้าหลุดไหม เลือกรองเท้าที่พอดี ไม่บีบนิ้วและไม่เสียดสี สวมถุงเท้าที่สะอาด แห้ง และไม่รัดแน่น หากรองเท้าใหม่ ให้ลองใส่ช่วงสั้นๆ แล้วตรวจผิวเท้าหลังถอด

หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า แม้อยู่ในบ้าน เพราะเศษของเล็กๆ อาจทำให้เกิดแผลโดยไม่รู้ตัว หากมีเท้าผิดรูปหรือเคยมีแผล ให้ถามทีมรักษาเรื่องรองเท้าที่เหมาะกับท่าน

5. ตัดเล็บอย่างระวัง และรู้ว่าเมื่อไรควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย

ถ้ามองเห็นชัด มือมั่นคง และเล็บไม่หนาผิดปกติ ให้ตัดเล็บตรงๆ ไม่ตัดลึกเข้ามุม แล้วตะไบขอบที่คมอย่างเบามือ อย่าใช้กรรไกรแคะเล็บหรือขุดขอบเล็บ หากสายตาไม่ดี มือสั่น เล็บหนา เล็บขบ หรือเคยมีแผลเท้า ควรขอคำแนะนำจากทีมรักษาแทนการตัดเอง

การดูแลเท้าไม่ควรกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผิด ชวนกันดูว่า “รองเท้าคู่นี้กัดไหม” แทนการตำหนิว่า “ทำไมไม่ระวัง” จะช่วยให้ท่านกล้าบอกเมื่อมีรอยใหม่

6. พบแผลหรือรอยแดงแล้วควรทำอะไร

หากพบแผล ตุ่มพอง หรือรอยแดงที่ไม่หายหลังถอดรองเท้า อย่ารอให้เจ็บก่อนค่อยแจ้งแพทย์ ล้างแผลเล็กๆ เบื้องต้นด้วยน้ำสะอาด ปิดด้วยวัสดุสะอาด และติดต่อสถานพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำโดยเร็ว โดยเฉพาะคนที่รับความรู้สึกที่เท้าลดลงหรือเคยมีแผล อย่าใช้ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ หรือวิธีรักษาแผลเองโดยไม่ปรึกษาทีมรักษา

หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักกดบริเวณแผลจนกว่าจะได้รับคำแนะนำ ถ่ายภาพไว้เทียบความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ภาพไม่ทดแทนการตรวจจริง

7. สัญญาณไหนต้องรีบพบแพทย์หรือขอความช่วยเหลือ

รีบพบแพทย์ หากมีแผลที่เท้า บวมแดงลาม เท้าร้อนผิดปกติ มีหนอง กลิ่นผิดปกติ ผิวคล้ำหรือดำ หรือมีไข้ร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีแผลเท้าหรือการรับความรู้สึกลดลง ถ้าเท้าเปลี่ยนสีซีดหรือคล้ำกะทันหัน เย็นมาก ปวดรุนแรง หรือมีอาการทรุดเร็ว ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน โทร 1669 ในประเทศไทย

ควรนัดตรวจเท้าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเบาหวานตามที่ทีมรักษาแนะนำ แม้ในวันที่ไม่มีแผล เพราะการประเมินเส้นประสาทและการไหลเวียนเลือดทำเองที่บ้านได้ไม่ครบ

8. จดเรื่องเท้าอย่างไรให้ครอบครัวดูแลต่อกันได้

ถ้าหลายคนผลัดกันดูแล ให้จดสั้นๆ ว่าเห็นรอยตรงไหน เมื่อไร และได้ติดต่อแพทย์หรือยัง ใน CareCircle ใช้โน้ตการดูแลบอกสิ่งที่ต้องสังเกต บันทึกสุขภาพเก็บค่าน้ำตาลที่วัดจริง รายการยาทบทวนยาที่ใช้อยู่ และนัดหมายจำวันตรวจตามแพทย์ ทั้งหมดเป็นข้อมูลช่วยสื่อสารในครอบครัว ไม่ใช่เครื่องตรวจเท้าอัตโนมัติหรือเครื่องวินิจฉัยแผล เริ่มจัดข้อมูลร่วมกันได้ที่ carecirclethai.app

เริ่มดูแลคนที่คุณรักได้วันนี้ — ฟรี

CareCircle เป็นแอปดูแลผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวไทย ใช้ผ่านเว็บได้ทันที ไม่ต้องโหลด แจ้งเตือนกินยาอัตโนมัติผ่านเว็บ พร้อมสรุปสุขภาพและแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่าน LINE บันทึกนัดหมอ และให้ทุกคนในครอบครัวดูข้อมูลร่วมกันได้

เปิด CareCircle ฟรี →

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการใช้ยาให้ยึดตามแพทย์และเภสัชกรผู้ดูแล

รับสรุปสุขภาพและแจ้งเตือนฉุกเฉินฟรีผ่าน LINE

เพิ่มเพื่อน LINE OA ของ CareCircle เพื่อรับสรุปสุขภาพรายวัน แจ้งเตือน SOS และเตือนนัดหมอล่วงหน้า ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อน LINE
LINE OA QR Code

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ แชร์ให้คนที่คุณรักอ่านด้วยนะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุเบาหวานต้องตรวจเท้าทุกวันไหม?

การสังเกตเท้าเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ ช่วยให้เห็นรอยใหม่เร็วขึ้น หากก้มดูเองไม่สะดวกให้ใช้กระจกหรือขอคนในบ้านช่วย ส่วนความถี่และวิธีตรวจโดยทีมรักษาให้ยึดตามความเสี่ยงเฉพาะราย

ไม่เจ็บแผลที่เท้า แปลว่าไม่อันตรายใช่ไหม?

ไม่เสมอไป ผู้เป็นเบาหวานบางคนรับความรู้สึกที่เท้าลดลง จึงอาจมีแผลโดยไม่ปวด หากพบแผลหรือตุ่มพองควรติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว ไม่รอให้เจ็บ

ทาครีมที่ซอกนิ้วเท้าได้ไหม?

หากผิวแห้งสามารถทามอยส์เจอไรเซอร์บางๆ บริเวณผิวเท้า แต่ควรหลีกเลี่ยงซอกนิ้ว เพราะความชื้นที่ค้างอาจทำให้ผิวเปื่อยได้ เช็ดซอกนิ้วให้แห้งหลังล้างเท้า

ตาปลาหรือหนังหนาที่เท้า ตัดเองได้ไหม?

ไม่ควรใช้ของมีคมตัดหรือใช้น้ำยากัดตาปลาเอง เพราะเสี่ยงทำให้เกิดแผล โดยเฉพาะผู้ที่รับความรู้สึกลดลง ให้ปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรที่ดูแลเท้า

พบรอยแดงหรือแผลที่เท้า ควรไปโรงพยาบาลเมื่อไร?

หากมีแผล ตุ่มพอง หรือรอยแดงที่ไม่หายหลังถอดรองเท้า ให้ติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็ว หากบวมแดงลาม มีหนอง กลิ่นผิดปกติ ไข้ ผิวดำคล้ำ หรือเท้าเปลี่ยนสีและเย็นกะทันหัน ต้องรับการประเมินเร่งด่วน; หากอาการรุนแรงหรือทรุดเร็ว โทร 1669

บทความที่เกี่ยวข้อง