บางวันคุณพ่อบอกว่าใจเต้นแรง เหนื่อยง่าย หรือหน้ามืด เมื่อลองจับชีพจรก็รู้สึกว่าเต้นเร็วบ้าง ช้าบ้าง และไม่สม่ำเสมอ อาการนี้อาจเกิดจากภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation หรือ AF) ซึ่งเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ บางคนไม่มีอาการเลย แต่ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรได้รับการตรวจและดูแลอย่างต่อเนื่อง
1. หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วคืออะไร
หัวใจปกติจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่เมื่อเกิด AF สัญญาณไฟฟ้าในหัวใจห้องบนจะทำงานสับสน ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ บางช่วงอาจเต้นเร็วเกินไป เลือดจึงค้างอยู่ในหัวใจห้องบนและมีโอกาสเกิดลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบร่วมกับความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคไทรอยด์ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือการดื่มแอลกอฮอล์มาก อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่ดูแข็งแรงก็อาจเป็นได้ จึงไม่ควรสรุปจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
2. อาการที่ควรสังเกต
- ใจสั่นหรือรู้สึกหัวใจเต้นสะดุด เหมือนหัวใจเต้นรัวหรือกระตุกในอก
- ชีพจรไม่สม่ำเสมอ จังหวะห่างไม่เท่ากัน หรือเต้นเร็วผิดปกติ
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะเวลาเดินหรือทำกิจกรรมที่เคยทำได้
- หน้ามืด เวียนศีรษะ อ่อนแรง หรือเกือบเป็นลม
- แน่นหน้าอก หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณหน้าอก
ผู้สูงอายุบางคนไม่มีอาการ และตรวจพบจากการจับชีพจร ตรวจสุขภาพ หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดังนั้นชีพจรที่ดูปกติเพียงครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันว่าไม่มี AF เพราะอาการอาจเกิดเป็นช่วงๆ
3. ตรวจชีพจรที่บ้านอย่างไร
- ให้ผู้สูงอายุนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที ไม่เพิ่งเดินเร็ว ดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่
- ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะด้านในข้อมือฝั่งนิ้วหัวแม่มือเบาๆ
- นับจังหวะชีพจรเต็ม 60 วินาที พร้อมสังเกตว่าจังหวะสม่ำเสมอหรือไม่
- จดวัน เวลา จำนวนครั้งต่อนาที อาการร่วม และกิจกรรมก่อนวัด เพื่อแจ้งแพทย์
นาฬิกาหรือเครื่องวัดความดันบางรุ่นอาจแจ้งเตือนจังหวะผิดปกติได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ หากพบชีพจรไม่สม่ำเสมอซ้ำๆ ควรนัดตรวจ แม้ผู้สูงอายุจะยังรู้สึกปกติ
4. สัญญาณไหนต้องโทร 1669
โทร 1669 ทันที หากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง:
- หน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด สับสนทันที หรือมองเห็นผิดปกติกะทันหัน
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกรุนแรง เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หรือเจ็บร้าวไปแขน กราม หรือหลัง
- หายใจลำบากมาก เป็นลม ปลุกไม่ตื่น หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
อาการโรคหลอดเลือดสมองทุกนาทีมีความสำคัญ ให้จดเวลาที่เริ่มมีอาการหรือเวลาสุดท้ายที่ยังปกติ และรีบขอความช่วยเหลือ แม้อาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่นาที
5. แพทย์ตรวจและรักษาอย่างไร
แพทย์อาจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเลือด หรือใช้เครื่องบันทึกจังหวะหัวใจตามระยะเวลาที่เหมาะสม การรักษาแตกต่างกันในแต่ละคน โดยมีเป้าหมายหลักคือควบคุมอัตราหรือจังหวะการเต้นของหัวใจ และลดความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันในสมอง
แพทย์จะประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและเลือดออกก่อนพิจารณายาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยาที่ควรเริ่ม หยุด ลด หรือเพิ่มขนาดเอง เพราะการกินไม่ตรงอาจลดประสิทธิภาพหรือเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
6. กินยาอย่างไรให้ปลอดภัย
- กินยาตรงเวลาทุกวัน โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาควบคุมหัวใจ
- ห้ามหยุดยาเอง แม้ช่วงนั้นไม่มีใจสั่น เพราะ AF อาจยังเกิดโดยไม่รู้ตัว
- แจ้งแพทย์และทันตแพทย์ ว่ากินยาต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนทำหัตถการหรือผ่าตัด
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยาเพิ่ม รวมถึงยาแก้ปวด สมุนไพร และอาหารเสริม
- สังเกตเลือดออกผิดปกติ เช่น อุจจาระดำ ปัสสาวะเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหลไม่หยุด หรือมีรอยช้ำมากผิดปกติ แล้วรีบพบแพทย์
7. ดูแลชีวิตประจำวัน
- ควบคุมความดัน เบาหวาน ไขมัน และน้ำหนักตามแผนการรักษา
- ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และพักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ และหยุดพักหากใจสั่น แน่นหน้าอก หรือหน้ามืด
- มาตรวจตามนัด พร้อมนำรายการยาและบันทึกชีพจรหรืออาการไปด้วย
8. CareCircle ช่วยอะไรได้บ้าง
CareCircle ไม่ได้ตรวจจับหรือวินิจฉัยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว แต่ช่วยให้ครอบครัวดูแลตามแผนได้ โดยตั้งเตือนกินยาและนัดหมอ บันทึกข้อมูลสุขภาพและอาการไว้ติดตามร่วมกัน และเก็บรายการยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยาในบัตรสุขภาพดิจิทัล หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้สูงอายุยังใช้ปุ่ม SOSเพื่อแจ้งคนในครอบครัวได้ ทดลองใช้ที่ carecirclethai.app
เริ่มดูแลคนที่คุณรักได้วันนี้ — ฟรี
CareCircle เป็นแอปดูแลผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวไทย ใช้ผ่านเว็บได้ทันที ไม่ต้องโหลด แจ้งเตือนกินยาผ่าน LINE อัตโนมัติ บันทึกนัดหมอ และให้ทุกคนในครอบครัวดูข้อมูลร่วมกันได้
เปิด CareCircle ฟรี →บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการใช้ยาให้ยึดตามแพทย์และเภสัชกรผู้ดูแล
