เวียนหัว หน้ามืด และเป็นลม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลฉุกเฉินบ่อยที่สุด บางครั้งเป็นแค่ลุกเร็วเกินไป แต่บางครั้งก็เตือนภัยเรื่องหัวใจ สมอง หรือยาที่กินอยู่ ลูกหลานไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ แต่ต้องรู้ว่าอาการแบบไหนปลอดภัย และแบบไหนต้องรีบกระโดดขึ้นรถไปห้องฉุกเฉิน
1. ทำไมผู้สูงอายุถึงเวียนหัว/หน้ามืด/เป็นลมบ่อย
ระบบความดัน หัวใจ หูชั้นใน และสมองของผู้สูงอายุปรับตัวช้าลง ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ง่ายกว่าวัยหนุ่มสาว สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- ความดันตกเมื่อลุกเร็ว (Orthostatic hypotension) — ระบบหลอดเลือดตอบสนองช้า เมื่อลุกจากนอนหรือนั่งนานๆ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน
- ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยานอนหลับ — หลายตัวทำให้ความดันตกหรือหน้ามืดได้
- น้ำตาลในเลือดต่ำ — โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กินยาเบาหวาน ข้ามมื้อ หรือกินอาหารไม่ตรงเวลา
- หูชั้นในทำงานผิดปกติ — ความดันหู นิ่วในหู หรือโรคหินปูนในหูชั้นใน (BPPV) ทำให้ห้องหมุนเวลาเปลี่ยนท่า
- โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง — หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ่มเลือดในสมอง หรือหลอดเลือดสมองตีบ
- ซีด เลือดจาง ขาดน้ำ — ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
- วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือนอนไม่พอ — ก็ทำให้รู้สึกหน้ามืดและเป็นลมได้
2. สังเกตอาการให้เป็น: อันตรายหรือไม่?
การถามและบันทึกอาการช่วยให้หมอเห็นภาพชัดขึ้นมาก ให้สังเกตและถามท่านว่า
- เวียนหัวแบบห้องหมุน (รอบๆ ตัวเหมือนหมุน) หรือ หน้ามืดแบบหมดแรง?
- เกิดตอน ลุกจากที่นอน/โซฟา หรือ ตอนหันหัว/เงยหน้า?
- เป็นนานแค่ไหน? วินาที นาที หรือเป็นชั่วโมง?
- มีคลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อ หรือตาลายมาด้วยหรือไม่?
- เป็นแล้วหายเอง หรือต้องนั่ง/นอนพักถึงจะดีขึ้น?
ถ้าอาการเกิดจากการเปลี่ยนท่าทางแล้วหายในไม่กี่นาที ส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าเป็นแล้วมีอาการอื่นตามมา ให้ระวัง
3. ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อผู้สูงอายุเวียนหัวหรือเป็นลม
อย่าปล่อยให้ท่านยืนหรือเดินต่อ การล้มในผู้สูงอายุอาจทำให้กระดูกหักหรือเลือดในสมองได้
- ให้นั่งหรือนอนลงทันที ยกขาสูงกว่าหัวเล็กน้อยเพื่อให้เลือดไปสมอง
- นอนตะแคง ถ้าท่านอาเจียน เพื่อป้องกันเครื่องสำอาง/อาหารเข้าปอด
- คลายเสื้อผ้ารัดคอ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
- ให้ดื่มน้ำค่อยๆ ถ้าท่านตื่นและไม่มีอาการสำลัก
- อย่าปล่อยให้ลุกคนเดียว ในชั่วโมงแรกหลังอาการดีขึ้น
- วัดความดัน ชีพจร และอุณหภูมิ ถ้ามีเครื่องวัดที่บ้าน
4. สัญญาณเตือนที่ต้องพาไปหาหมอด่วน
อาการเหล่านี้ไม่ควรรอนัด ให้โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที
- เป็นลมแล้ว ไม่รู้สึกตัวนานเกิน 1-2 นาที หรือฟื้นไม่ขึ้น
- พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว — สงสัยหลอดเลือดสมอง
- เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น — สงสัยหัวใจ
- หัวกระแทก จากการล้ม แม้ดูไม่มีเลือด
- เวียนหัวรุนแรง พร้อมคลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด
- ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
- เป็นลำดับบ่อยขึ้น แม้แค่นั่งๆ นอนๆ ก็เป็น
5. ป้องกันอาการเวียนหัว/เป็นลมในชีวิตประจำวัน
การป้องกันดีกว่าการแก้ไขทุกครั้ง ลูกหลานช่วยปรับสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมได้
- ลุกช้าๆ นั่งบนเตียง 30 วินาที ก่อนลงมายืน
- ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนหรือกินยาขับปัสสาวะ
- กินอาหารให้ตรงเวลา ไม่ข้ามมื้อ ลดโอกาสน้ำตาลตก
- รีวิวยากับหมอ/เภสัชกร ถ้าหน้ามืดหลังเริ่มยาใหม่
- หลีกเลี่ยงท่าเงยหน้าสูง หรือหันหัวเร็วๆ ถ้าสงสัยหูชั้นใน
- ติดราวจับในห้องน้ำและทางเดิน เพื่อรองรับเวลาหน้ามืดกะทันหัน
- ใช้ไม้เท้าหรือ walker ถ้าท่านเคยเป็นลมมาก่อน
6. บันทึกอาการและใช้ข้อมูลช่วยหมอวินิจฉัย
หมอจะถามว่า "เป็นอย่างไร บ่อยแค่ไหน เกิดตอนไหน" ถ้าลูกหลานบันทึกไว้เป็นลำดับ หมอจะวินิจฉัยได้เร็วขึ้นและลดการตรวจซ้ำได้
CareCircle ช่วยให้ครอบครัวบันทึกอาการ ความดัน ชีพจร และนัดหมอไว้ในที่เดียวกัน ถ้าท่านเป็นลมกะทันหัน ข้อมูลใน Health ID ก็แสดงโรคประจำตัว ยาที่กิน และเบอร์ญาติให้หมอฉุกเฉินดูได้ทันที ไม่ต้องเริ่มต้นที่ศูนย์
เริ่มดูแลคนที่คุณรักได้วันนี้ — ฟรี
CareCircle เป็นแอปดูแลผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวไทย ใช้ผ่านเว็บได้ทันที ไม่ต้องโหลด แจ้งเตือนกินยาผ่าน LINE อัตโนมัติ บันทึกนัดหมอ และให้ทุกคนในครอบครัวดูข้อมูลร่วมกันได้
เปิด CareCircle ฟรี →บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการใช้ยาให้ยึดตามแพทย์และเภสัชกรผู้ดูแล