“แม่ถ่ายเหลวตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยังบอกว่าไหว” เป็นสถานการณ์ที่หลายบ้านลังเลว่าจะดูแลต่อที่บ้านหรือพาไปโรงพยาบาล ท้องเสียในผู้สูงอายุไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะร่างกายมีน้ำสำรองน้อยลง ความรู้สึกกระหายน้ำอาจไม่ชัด และโรคประจำตัวหรือยาบางชนิดทำให้เสียสมดุลได้เร็ว สิ่งสำคัญคือชดเชยน้ำอย่างเหมาะสม จดอาการ และรู้สัญญาณอันตราย โดยไม่ซื้อยาหยุดถ่ายหรือหยุดยาประจำตัวเอง
1. แบบไหนเรียกว่าท้องเสีย และควรจดอะไร
โดยทั่วไป ท้องเสียหมายถึงการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปใน 24 ชั่วโมง แต่จำนวนครั้งไม่ใช่ข้อมูลเดียวที่สำคัญ ผู้สูงอายุบางคนถ่ายไม่มากแต่กินน้ำไม่ได้หรือซึมลงก็อาจต้องรับการประเมินเร็ว ควรจดข้อมูลต่อไปนี้
- เริ่มถ่ายเมื่อใด ถ่ายกี่ครั้ง และปริมาณมากหรือน้อย
- ลักษณะอุจจาระ เช่น เป็นน้ำ มีมูก มีเลือด สีดำ หรือซีดผิดปกติ
- มีไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เวียนหัว หรือสับสนร่วมด้วยหรือไม่
- ดื่มน้ำและกินอาหารได้เท่าใด ปัสสาวะครั้งล่าสุดเมื่อใด
- เพิ่งเริ่มยาใหม่ ใช้ยาปฏิชีวนะ เดินทาง หรือกินอาหารร่วมกับคนที่มีอาการหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ประเมินความรุนแรงและสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บอุจจาระไว้เอง เว้นแต่ได้รับคำแนะนำ
2. ทำไมผู้สูงอายุจึงขาดน้ำได้เร็ว
เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกายลดลง ไตปรับสมดุลน้ำได้ไม่ดีเท่าเดิม และบางคนไม่รู้สึกกระหายน้ำแม้เริ่มขาดน้ำ ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะ เป็นโรคไต โรคหัวใจ หรือเบาหวานยิ่งต้องระวัง เพราะทั้งการสูญเสียน้ำและการดื่มชดเชยมากเกินไปอาจกระทบโรคเดิม
สัญญาณขาดน้ำที่ควรเฝ้าดู ได้แก่ ปากและลิ้นแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม เวียนหัวเวลาลุก อ่อนเพลีย ใจเต้นเร็ว ตาลึก และซึมหรือสับสน อย่างไรก็ตาม การดึงผิวหนังดูว่าเด้งกลับช้าหรือไม่อาจไม่แม่นในผู้สูงอายุ จึงควรดูอาการหลายอย่างร่วมกัน
3. ชดเชยน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย
หากผู้สูงอายุยังรู้สึกตัวดี กลืนได้ และไม่อาเจียนต่อเนื่อง ให้จิบสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ชนิด ORS ทีละน้อยแต่บ่อย ผสมตามปริมาณน้ำที่ระบุบนซองให้ตรง ไม่ชงเข้ม ไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม และไม่เก็บเกินเวลาที่ฉลากกำหนด หากอาเจียน ให้พักสั้นๆ แล้วลองจิบครั้งละน้อยอีกครั้ง
- ไม่ใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาแทน ORS เพราะสัดส่วนน้ำตาลและเกลือแร่ต่างกัน
- หลีกเลี่ยงน้ำหวานจัด น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เพราะอาจทำให้ถ่ายมากขึ้นหรือเสียสมดุล
- ผู้ที่โรคไต โรคหัวใจ หรือถูกจำกัดน้ำและเกลือ ควรโทรถามทีมรักษาว่าควรชดเชยปริมาณเท่าใด
- หากกลืนลำบาก ไอหรือสำลักเวลาจิบ ไม่ควรฝืนป้อน ให้ขอคำแนะนำทางการแพทย์
4. กินอะไรได้ และต้องงดอาหารหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร หากยังรับประทานได้ ให้เลือกมื้อเล็ก ย่อยง่าย และไม่มัน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อไม่ติดมัน ไข่ต้ม กล้วย หรืออาหารอ่อนที่ท่านคุ้นเคย กินทีละน้อยและสังเกตว่าอาหารใดทำให้อาการแย่ลง
- หลีกเลี่ยงของทอด อาหารมัน เผ็ดจัด หวานจัด และอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ
- นมและผลิตภัณฑ์นมอาจทำให้ท้องอืดหรือถ่ายมากขึ้นชั่วคราวในบางคน
- ล้างมือด้วยสบู่หลังเข้าห้องน้ำและก่อนเตรียมอาหาร แยกผ้าเช็ดตัว และทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
- ไม่ทำอาหารให้ผู้อื่นระหว่างที่ยังท้องเสีย เพื่อลดการแพร่เชื้อ
5. ยาที่ไม่ควรซื้อใช้หรือปรับเอง
ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่าย ยาปฏิชีวนะ สมุนไพร หรือผงถ่านมาใช้เอง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องมาก หรือท้องอืดผิดปกติ ยาหยุดถ่ายบางชนิดอาจทำให้เชื้อหรือสารพิษค้างในลำไส้ ส่วนยาปฏิชีวนะไม่ช่วยท้องเสียทุกชนิดและอาจทำให้อาการบางสาเหตุแย่ลง
ยาประจำตัวบางชนิดอาจต้องได้รับคำแนะนำเฉพาะเมื่อท้องเสียหรือขาดน้ำ แต่ไม่ควรหยุด ลด หรือเพิ่มยาเอง ให้เตรียมรายชื่อยาทั้งหมด รวมยาขับปัสสาวะ ยาความดัน ยาเบาหวาน ยาระบาย ยาปฏิชีวนะ และอาหารเสริม แล้วโทรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล
6. สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบขอความช่วยเหลือ
ควรรีบไปโรงพยาบาลหรือขอคำแนะนำทางการแพทย์ทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- ซึมลง สับสน เป็นลม อ่อนแรงมาก หรือปลุกยาก
- ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดออกมาก
- ปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง ท้องบวมมาก หรือกดเจ็บชัดเจน
- ดื่มไม่ได้ อาเจียนทุกครั้ง หรือสำลักเมื่อจิบน้ำ
- ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่ปัสสาวะหลายชั่วโมง เวียนหัวมาก หรือใจเต้นเร็ว
- มีไข้สูง หนาวสั่น หายใจเร็ว หรืออาการแย่ลงรวดเร็ว
หากหมดสติ หายใจลำบาก ช็อก หรืออ่อนแรงจนเดินไม่ได้ ให้โทร 1669 และไม่ให้ผู้ป่วยขับรถเอง ผู้ที่อายุมาก มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรือเพิ่งใช้ยาปฏิชีวนะ ควรติดต่อแพทย์เร็วแม้อาการยังไม่มาก
7. ดูแลความสะอาดและผิวหนังระหว่างถ่ายบ่อย
การถ่ายบ่อยทำให้ผิวรอบก้นระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงหกล้มจากการรีบเข้าห้องน้ำ ควรช่วยพยุงตามความจำเป็น เปิดไฟทางเดินให้สว่าง เก็บสิ่งกีดขวาง และวางรองเท้ากันลื่นไว้ใกล้ตัว หลังถ่ายให้ล้างด้วยน้ำหรือผลิตภัณฑ์อ่อนโยน ซับให้แห้ง ไม่ถูแรง และเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนทันที
ผู้ดูแลควรสวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสอุจจาระ ทิ้งของเสียอย่างเหมาะสม และล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เพราะเจลแอลกอฮอล์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อเชื้อบางชนิด หากผิวแดงลาม มีแผล เลือดออก หรือเจ็บมาก ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
8. CareCircle ช่วยติดตามอาการได้อย่างไร
CareCircle ไม่ได้วินิจฉัยสาเหตุของท้องเสียหรือคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่ม แต่ช่วยให้ครอบครัวส่งต่อข้อมูลได้ครบขึ้น โดยโน้ตการดูแลช่วยจดจำนวนครั้ง ลักษณะอุจจาระ อาหาร และอาการร่วม บันทึกสุขภาพช่วยติดตามอุณหภูมิ ความดัน หรือน้ำหนักตามที่วัดจริง รายการยาช่วยเตรียมข้อมูลให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน และนัดหมายช่วยไม่ให้พลาดวันติดตามอาการ ทดลองใช้ได้ที่ carecirclethai.app
เริ่มดูแลคนที่คุณรักได้วันนี้ — ฟรี
CareCircle เป็นแอปดูแลผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวไทย ใช้ผ่านเว็บได้ทันที ไม่ต้องโหลด แจ้งเตือนกินยาอัตโนมัติผ่านเว็บ พร้อมสรุปสุขภาพและแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่าน LINE บันทึกนัดหมอ และให้ทุกคนในครอบครัวดูข้อมูลร่วมกันได้
เปิด CareCircle ฟรี →บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการใช้ยาให้ยึดตามแพทย์และเภสัชกรผู้ดูแล
