โรคและสุขภาพ

แบบฟอร์มบันทึกความดัน + น้ำตาล ดาวน์โหลด PDF

แบบฟอร์มบันทึกความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดแบบพิมพ์ได้ ดาวน์โหลดฟรี PDF สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยความดัน พร้อมคำแนะนำใช้งานและค่าเป้าหมาย

·อ่าน 6 นาที

การบันทึกความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ช่วยแพทย์ได้มากที่สุดในการปรับยาและป้องกันภาวะฉุกเฉิน บทความนี้แจกแบบฟอร์ม PDF พร้อมสอนวิธีใช้ให้ถูกต้อง

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มบันทึกความดัน + น้ำตาล

แบบฟอร์มนี้ออกแบบสำหรับพิมพ์เป็นเล่ม A4 ใช้บันทึกได้ยาวๆ มีทั้งหมด 3 หน้า:

  • หน้า 1: ข้อมูลผู้ป่วย คำแนะนำการบันทึก ตารางบันทึก 18 แถว และค่าเป้าหมาย
  • หน้า 2: ตารางบันทึกต่อเนื่องอีก 18 แถว
  • หน้า 3: สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ และช่องจดบันทึกเพิ่มเติม/นัดหมอ

📄 ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม PDF ฟรี

พิมพ์ใช้ที่บ้านได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียน

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม →

ตารางบันทึกมีอะไรบ้าง

คอลัมน์ ความหมาย ตัวอย่าง
วันที่วันที่วัด เขียนเป็น 16/07/202616/07/2026
เวลาเวลาที่วัด เช่น ก่อนอาหารเช้า หรือ 20:0007:00
ความดันบน (mmHg)ค่าความดันตัวบน หรือ Systolic135
ความดันล่าง (mmHg)ค่าความดันตัวล่าง หรือ Diastolic85
ชีพจร (ครั้ง/นาที)อัตราการเต้นของหัวใจ72
น้ำตาล (mg/dL)ค่าน้ำตาลจากเครื่องวัดปลายนิ้ว118
ก่อน/หลังอาหารบอกว่าวัดก่อนหรือหลังอาหารกี่ชั่วโมงก่อน / 2 ชม.
หมายเหตุอาการผิดปกติ ยาที่กิน หรือเหตุการณ์พิเศษวิงเวียนเล็กน้อย

วิธีวัดความดันโลหิตให้ได้ค่าที่ถูกต้อง

  • นั่งพัก 5 นาทีก่อนวัด ไม่ดื่มชา/กาแฟ ไม่สูบบุหรี่ก่อนวัด 30 นาที
  • นั่งหลังพิงพนักพิง วางแขนบนโต๊ะให้เส้นเลือดแดงอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ
  • วัดซ้ำ 2 ครั้ง ห่างกัน 1–2 นาที แล้วเอาค่าเฉลี่ย
  • วัดในช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน เช่น ตื่นนอนก่อนกินยา และก่อนนอน

วิธีวัดน้ำตาลในเลือดให้ได้ค่าที่ถูกต้อง

  • ล้างมือให้สะอาดและแห้งสนิทก่อนเจาะ น้ำยาฆ่าเชื้อบางตัวทำให้ค่าคลาดเคลื่อน
  • เจาะด้านข้างปลายนิ้ว ไม่เจาะกลางปลายนิ้ว เพราะเจ็บและหนาผิว
  • บีบเลือดพอประมาณ ไม่บีบแรงจนเลือดเจือน้ำเหลือง
  • บันทึกว่าวัดก่อนอาหาร (FPG) หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร (PPG)

ค่าเป้าหมายสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป

ค่าเป้าหมายอาจแตกต่างกันตามโรคประจำตัวและแผนการรักษา ให้ยึดตามที่แพทย์ผู้ดูแลแนะนำเป็นหลัก

ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายทั่วไป
ความดันโลหิต< 140/90 mmHg
ชีพจรในนิ่ง60–100 ครั้ง/นาที
น้ำตาลก่อนอาหาร80–130 mg/dL
น้ำตาล 2 ชม. หลังอาหาร< 180 mg/dL

เมื่อไหร่ต้องรีบพบแพทย์

แม้จะบันทึกค่าได้ปกติทุกวัน แต่ถ้าพบค่าต่อไปนี้ พบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที:

  • ความดันโลหิต ≥ 180/120 mmHg พร้อมอาการปวดศีรษะ วิงเวียน หรือเจ็บหน้าอก
  • ความดันโลหิตต่ำมาก (< 90/60 mmHg) พร้อมอาการซึม วิงเวียน หรือหมดสติ
  • น้ำตาลในเลือด < 70 mg/dL หรือ > 300 mg/dL
  • หายใจหอบ ชีพจรเร็วผิดปกติ หรืออาการใหม่ที่น่ากังวล

เคล็ดลับให้ครอบครัวช่วยกันดูแล

ผู้สูงอายุหลายท่านลืมวัดหรือลืมบันทึก ลูกหลานสามารถช่วยได้โดย:

  • ตั้งนาฬิกาปลุกเวลาเดิมทุกวัน แล้วโทรหรือส่งข้อความเตือน
  • เตรียมเครื่องวัดไว้ที่โต๊ะเดิม ไม่ให้ต้องหา
  • ถ่ายรูปเล่มบันทึกส่งในกลุ่มไลน์ครอบครัวทุกสัปดาห์
  • ใช้ CareCircle บันทึกค่าและตั้งแจ้งเตือนกินยา ให้ทุกคนในครอบครัวเห็นข้อมูลพร้อมกัน

สรุป

แบบฟอร์มบันทึกความดันและน้ำตาลเป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่ช่วยให้แพทย์ปรับยาได้แม่นยำ และช่วยให้ครอบครัวจับสัญญาณอันตรายได้เร็วขึ้น ดาวน์โหลด PDF ด้านบน พิมพ์ใช้ที่บ้าน และนำไปให้แพทย์ดูทุกนัด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการใช้ยาให้ยึดตามแพทย์และเภสัชกรผู้ดูแล

เริ่มดูแลคนที่คุณรักได้วันนี้ — ฟรี

CareCircle เป็นแอปดูแลผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวไทย ใช้ผ่านเว็บได้ทันที ไม่ต้องโหลด แจ้งเตือนกินยาผ่าน LINE อัตโนมัติ บันทึกนัดหมอ และให้ทุกคนในครอบครัวดูข้อมูลร่วมกันได้

เปิด CareCircle ฟรี →

คำถามที่พบบ่อย

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม PDF ฟรีไหม?

ฟรี ไม่ต้องลงทะเบียน สามารถพิมพ์ซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ควรวัดความดันกี่ครั้งต่อวัน?

ผู้ป่วยความดันที่เพิ่งปรับยา วัด 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น ถ้าค่านิ่งแล้ว อาจวัดวันละครั้งตามที่แพทย์แนะนำ

ควรวัดน้ำตาลกี่ครั้งต่อวัน?

ขึ้นกับแผนการรักษา ผู้ป่วยเบาหวานบางคนวัดวันละ 1–2 ครั้ง บางคนวัดก่อนและหลังมื้ออาหาร ปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสม

ทำไมต้องบันทึกว่าก่อนหรือหลังอาหาร?

เพราะค่าเป้าหมายของน้ำตาลก่อนอาหารและหลังอาหารต่างกัน การระบุช่วงเวลาช่วยให้แพทย์ประเมินการควบคุมเบาหวานได้ถูกต้อง

ใช้แบบฟอร์มนี้แทนการไปหาหมอได้ไหม?

ไม่ได้ แบบฟอร์มเป็นเครื่องมือช่วยติดตามและสื่อสารกับแพทย์ การวินิจฉัย ปรับยา และการรักษาต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง